kids-sleeping

สังเกตอย่างไร ว่าลูกของเรานอนกรน

สังเกตอย่างไร ว่าลูกของเรานอนกรน
และมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับหรือไม่

ภาวะการนอนกรนเป็นการหายใจเสียงดัง ซึ่งเกิดขึ้นในขณะหลับ พบได้ในทุกเพศทุกวัย จากการศึกษาพบว่าเด็กประมาณ 3-12 เปอร์เซ็นต์นอนกรน การนอนกรนพบบ่อยเป็นพิเศษในช่วงอายุก่อนวัยเรียน (Preschool) หรือช่วงระดับชั้นอนุบาล เนื่องจากขนาดของต่อมอดีนอยด์ และทอนซิล ที่มักโตเมื่อเทียบกับขนาดของทางเดินหายใจเด็ก

อาการที่เห็นอาจพบได้ในขณะหลับ

มีอาการหายใจติดขัด

หายใจลำบาก หรือหยุดหายใจเป็นพัก ๆ

นอนกระสับ กระส่าย

เหงื่อออกมากเวลานอน

ตื่นนอนกลางดึกบ่อย ๆปัสสาวะรดที่นอนทั้งที่เคยควบคุมได้มาก่อน

อ้าปากหายใจ
————————————————————–
และผลกระทบที่อาจพบได้ จากการสังเกตของคุณครูหรือคุณพ่อคุณแม่อาจจะสังเกตได้หากมีอาการเหล่านี้

มีปัญหาด้านการเรียน, เรียนได้ไม่ดี

มีปัญหาทางพฤติกรรม, สมาธิสั้น, อยู่นิ่งเฉยไม่ได้

ระดับสติปัญญาต่ำกว่าปกติ

ง่วงเหงาหาวนอนมากผิดปกติในเวลากลางวัน

มีความดันโลหิตสูง
————————————————————-
ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางโรคจากการนอนหลับ
คลีนิคเวชกรรมเฉพาะทาง กรุงเทพ สลีป เซ็นเตอร์
โทร 02-089-8687
☎️ 064-649-1919

crop-1537890682007

อาการปวดหัวหลังตื่นนอน เป็นๆหายๆ ที่มองข้ามไม่ได้

อาการปวดหัวนั้นสามารถแยกประเภทได้ หลักๆด้วยกัน

แบบปฐมภูมิ เป็นอาการปวดที่ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดเช่น ปวดจากไมเกรน ปวดจากความเครียด

แบบทุติยภูมิ เป็นอาการปวดที่เกิดมาจากโรค หรือความผิดปกติของโครงสร้างบริเวณคอและศีรษะ เช่น ปวดจากไซนัสอักเสบ ปวดศีรษะจากเนื้องอก

ซึ่งในวันนี้เราจะมาพูดถึง อาการปวดหัวทุกเช้า หรือที่เรียกว่า Early morning headache ซึ่งอาการ เราจะรู้สึกปวดหัวตุบๆทุกเช้าหลังตื่นนอน บางคนอาจจะรู้สึกหนักหัวเหมือนลุกไม่ไหว ซึ่งสาเหตุของอาการ อาจจะพูดถึงอย่างกว้างๆ คือ การพักผ่อนไม่เพียงพอ วิธีการรักษา ทางที่ดีที่สุดควรสังเกตอาการของตัวเองให้แน่ชัด และจำอาการไปบอกแพทย์เพื่อเป็นข้อมูลให้แพทย์วินิจฉัยได้ตรงจุดมากขึ้น และการทานยาแก้ปวดก็เป็นการแก้ที่ปลายเหตุ เพราะหากเกิดจากการที่สมองได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอขณะหลับนั้น หากปล่อยเอาไว้นานๆจะส่งผลกระทบกับอวัยวะสำคัญๆของร่างกายเรา ไม่ว่าจะเป็นสมอง และหัวใจ ซึ่งปัจจุบันทางการแพทย์สามารถตรวจหาสาเหตุของปัญหาการนอนหลับได้อย่างแม่นยำ ทางการแพทย์เรียกการตรวจนี้ว่า Sleep Test ซึ่งการตรวจนี้ จะสามารถบอกได้ว่า มีการหยุดหายใจ และทำให้สมองขาดออกซิเจนขณะหลับหรือไม่ และการตรวจนี้สามารถรู้ผลได้ทันทีหลังการตรวจ

การตื่นนอนในตอนเช้าที่สดชื่นนั้น จะนำมาซึ่งประสิทธิภาพในการใช้ชีวิตประจำวันได้ดียิ่งขึ้นไป หากเราเริ่มต้นวันใหม่ด้วยอาการปวดหัวแล้ว ย่อมส่งผลถึงสัมพันธภาพกับผู้อื่น และที่สำคัญ คือสุขภาพของท่านเอง

“ให้การนอนหลับ คือ การพักผ่อนที่แท้จริง”

crop-1537890026840

อาการเตือนที่เกิดขึ้นทุกๆวัน ของภาวะสมองเสื่อมที่ต้องรู้สาเหตุ

อันดับแรกเราต้องแยกให้ออก ระหว่างอาการ หลงลืมทั่วไป กับ ภาวะสมองเสื่อม

    ก่อนอื่นมาดูหลักการทำงานของสมองในการจดจำ โดยทั่วไป สมองจะมีการบันทึกความจำ จากนั้นข้อมูลที่เราต้องการใช้งานนั้นจะมีการถูกเรียกออกมาใช้  แต่ในบางกรณี เช่น เวลาที่เราจะเดินไปหยิบอะไรนั้น เกิดลืมว่าจะมาหยิบอะไร เราเรียกอาการนี้ว่า หลงลืม เนื่องจากไม่ได้มีการบันทึกความจำตั้งแต่แรก เพราะจิตใจไม่ได้จดจ่ออยู่ตรงนั้น หรืออาจทำหลายๆอย่างในเวลาเดียวกัน ซึ่งไม่ใช่เรื่องผิดปกติ

    ส่วนกรณี เช่น เราแขวนกุญแจไว้ที่ผนังบ้าน แต่เมื่อถึงเวลาจะใช้ เรากลับไปหาในกระเป๋าถือ แต่ถ้าโดยปกติเราเก็บไว้ในกระเป๋าเป็นประจำ แต่วันนี้ไปแขวนไว้ที่ผนัง จึงทำให้เราหลงลืมได้ กรณีนี้ถือว่าปกติ

       แต่หากโดยปกติเราแขวนไว้ที่ผนังเป็นที่ประจำ แต่พอเราจะใช้ เรากลับไปหาในกระเป๋า นั่นอาจเป็นสัญญาณเตือนว่า เริ่มมี ภาวะสมองเสื่อม หรืออีกกรณีที่เห็นได้ชัด เช่น เราให้นาฬิกาเพื่อนไปใช้ พอผ่านไปสักพัก มาเจอกันอีกครั้ง เห็นเพื่อนใส่นาฬิกาเราอยู่ แล้วเราลืมเหตุการณ์ที่เราให้เพื่อนไปเมื่อไหร่ ทำไมเพื่อนใส่นาฬิกาเราอยู่ เหตุการณ์เช่นนี้เราอาจไม่รู้ตัว อาจจะมีเพื่อน หรือคนในครอบครัวบอกถึงความผิดปกตินี้ ซึ่งจำเป็นต้องไปตรวจหาสาเหตุที่แท้จริง เพื่อให้การรักษาก่อนที่จะเพิ่มภาวะนี้ไปอยู่ในระดับที่รุนแรง

       ซึ่งสาเหตุของภาวะสมองเสื่อมนั้นมีหลายสาเหตุ เช่น สมองขาดออกซิเจน เลือดไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ ความดันต่ำ หรือเกิดจากพยาธิสภาพโครงสร้างภายในสมอง เรามาดูสัญญาณเตือนภาวะสมองเสื่อมกันค่ะ

 10 Check List ที่บ่งบอกว่ามีความเสี่ยงเกิดภาวะสมองเสื่อม

      1. สูญเสียความจำระยะสั้น จนกระทบกับกิจวัตรประจำวัน

      2. ไม่สามารถทำกิจกรรมที่เคยทำประจำได้

      3. มีปัญหาในการใช้ภาษา เช่น นึกคำไม่ออก เรียบเรียงเรื่องราวไม่ได้

     4. สับสนเวลา สถานที่

     5. ดุลยพินิจบกพร่อง

     6. สติปัญญาด้อยลง ปฏิเสธที่จะทำหรือคิดเรื่องซับซ้อน

     7. วางของผิดที่ผิดทาง

     8. อารมณ์เปลี่ยนแปลงง่ายและรวดเร็ว

     9. บุคลิกภาพและพฤติกรรมเปลี่ยนไป เช่น ใส่เสื้อผ้าสีสันฉูดฉาดทั้งๆที่ไม่เคยใส่ หรือ ใส่เสื้อผ้าหน้าหนาว ในช่วงฤดูร้อน เป็นต้น

    10. ขาดความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ เป็นคนเฉื่อยๆไม่กระตือรือร้น นั่งเหม่อโดยไม่ทำอะไร

ซึ่งภาวะสมองเสื่อมนี้ผู้ที่จะสามารถให้ข้อมูลกับผู้ป่วยและแพทย์ได้นั้น คือ ญาติ หรือคนที่ดูแลใกล้ชิด ที่สามารถเห็นถึงสัญญาณเตือนนี้ได้

crop-1537889701284

ลูกนอนอ้าปาก หายใจแรง เป็นเรื่องที่เดี๋ยวโตก็หายหรือเปล่านะ ?

เรื่องสภาวการณ์นอนกรนในเด็ก หลายๆครอบครัวอาจมองข้ามเห็นว่าเป็นเรื่องไม่สำคัญ โตเดี๋ยวก็หาย ซึ่งทางการแพทย์ยืนยันแล้วว่า ส่งผลกระทบโดยตรงต่อพัฒนาการทั้งทางร่างกายและสติปัญญา ของลูกน้อย และการนอนกรนของเด็กอาจมีภาวะหยุดหายใจร่วมด้วย และมีอันตรายถึงชีวิตได้ ซึ่งสาเหตุการนอนกรนในเด็กนี้ เกิดจากหลายสาเหตุ ซึ่งคุณพ่อคุณแม่ อาจจะสังเกตดู และพามาพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุว่า

เกิดจากต่อมทอนซิลที่โตผิดปกติ ภูมิแพ้ หรือ เด็กมีรูปร่างที่อ้วนมาก  ซึ่งเราอาจพบ ขณะหลับเด็กมีอาการนอนดิ้นไปมา กระสับกระส่าย ปัสสาวะรดที่นอน ผวาตื่น ฝันร้ายร้องไห้กลางดึก และในเวลากลางวัน เด็กดูซุกชนมาก อยู่ไม่นิ่ง สมาธิสั้น หงุดหงิดง่าย หรือหากแยกห้องนอนกับลูก หลัง 5 ขวบแล้ว เราอาจดูว่าเด็กปัสสาวะรดที่นอนหรือไม่ หากมีอาการเช่นนี้ แสดงว่าลูกของเราอาจอยู่ในภาวะเสี่ยงอันตรายจากโรคนี้

หากรอให้โต เด็กอาจจะมีพัฒนาการที่เสื่อมถอยลงไป ซึ่งพัฒนาการในวัยเด็กนั้นเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่งในการเติบโตเป็นผู้ใหญ่ในวันข้างหน้า เพราะนอกจากจะเกิดปัญหาทางด้าน IQ แล้วยังมีผลกระทบต่อ  EQ ด้วย ทั้งยังเป็นการปล่อยปละละเลยในปัญหาที่สามารถแก้ไขได้ให้ลูกน้อยของเรา

ปัจจุบันมีกุมารแพทย์ที่เชี่ยวชาญด้านการตรวจปัญหาการนอนหลับที่ผิดปกติอยู่ในทุกๆโรงพยาบาล และการตรวจนั้นไม่ทำให้เด็กเจ็บปวดหรือตกใจกลัว

Bangkok Sleep Center มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านทางเดินหายใจในเด็ก ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านวินิจฉัยและรักษาโรคที่เกิดจากการนอนหลับในผู้ใหญ่และเด็ก ซึ่งสถานที่ตรวจถูกออกแบบมาให้เหมือนบ้าน ผ่อนคลาย บรรยากาศในสวน ไม่มีภาพความรู้สึกของโรงพยาบาล จึงทำให้เด็กสามารถหลับได้ดีขณะการตรวจ ส่งผลให้การตรวจเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและแม่นยำที่สุด สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้โดยตรงที่ โทร. 020234466

กรุงเทพ สลีป เซ็นเตอร์ ศูนย์ตรวจ และรักษาภาวะนอนกรน และการนอนหลับที่ผิดปกติ เราเลือกที่จะทำสถานที่ และบรรยากาศของ sleep lab ให้แตกต่างจากสถานที่ตรวจแบบดั้งเดิม ที่ดูเป็นทางการเหมือนโรงพยาบาล โดยเน้นสร้างความรู้สึกเป็นส่วนตัว และทำให้ความรู้สึกสบายใจ เพื่อให้คุณรู้สึกเหมือนมาพักผ่อนมากกว่ามาตรวจหาโรค บริการรักษาภาวะนอนกรน และหยุดหายใจขณะหลับชนิดอุดกั้น (Obstructive Sleep Apnea) โดยการใช้เครื่องอัดอากาศแรงดันบวก (CPAP), บริการตรวจวินิจฉัยการนอนหลับ (sleep test) แบบ Full sleep test (ให้การตรวจการนอนหลับ) และแบบ Home sleep test (ให้การตรวจการนอนหลับที่บ้าน) พร้อมรักษาโรคอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับการนอนหลับ เช่น โรคนอนไม่หลับ นอนละเมอ ง่วงหลับเวลากลางวัน โดยแพทย์ผู้ชำนาญการคุณวุฒิ ที่ได้รับการรับรองจาก American Board of Sleep Medicine และเจ้าหน้าที่ ที่คอยให้บริการอย่างอบอุ่น สุภาพ และเป็นกันเอง ในบรรยากาศที่พักส่วนตัวที่เงียบสงบ และร่มรื่น

กรุงเทพ สลีป เซ็นเตอร์
ศูนย์ตรวจรักษาภาวะนอนกรน และนอนไม่หลับ
เพื่อให้การนอนของคุณ เป็นช่วงเวลาแห่งการพักผ่อนอย่างแท้จริง

โทรปรึกษา 064-649-1919, 02-089-8687

crop-1537887387608

วิธีแก้ปัญหาง่วงขณะขับรถ

ขับรถเมื่อไหร่ ง่วงทุกครั้ง มีวิธีแก้ไขอย่างไร

การขับรถบนท้องถนนทุกวันนี้ เราอาจจะต้องเพิ่มความระมัดระวังมากขึ้น เพราะนอกจากเราเองที่ต้องมีสติขณะขับรถแล้ว ยังต้องคอยระมัดระวังรถคันอื่นที่อาจหลับใน หรืออยู่ในอาการสะลึมสะลือ ไม่พร้อมในการควบคุมรถได้

และจากสถิติอุบัติเหตุที่เราพบกัน ส่วนใหญ่แล้วเกิดจากการวูบหลับ ขณะขับรถนั่นเอง

ซึ่งสาเหตุของการพักผ่อนไม่เพียงพอ หรือไม่ได้พักผ่อนนั้นเป็นสิ่งที่ผู้ขับขี่ยานพาหนะ ต้องมีความรับผิดชอบต่อส่วนรวม

Bangkok Sleep Center มีวิธีแก้ไขอาการง่วงขณะขับรถมาแนะนำกันค่ะ

  1. ดื่มน้ำสะอาดเป็นระยะๆขณะขับรถ เพื่อเพิ่มความสดชื่นให้กับร่างกาย
  2. อาจจะมีลูกอม หมากฝรั่ง ติดรถไว้ เมื่อไหร่ที่เรารู้สึกง่วง ก็สามารถหยิบขึ้นมาอม เพื่อกระตุ้นสมองให้ตื่นตัว  หรือการเคี้ยวหมากฝรั่งก็จะช่วยให้เรามีสติมากขึ้น
  3. ยาดม ยานวด มีติดรถเอาไว้ เมื่อเรารู้สึกเมื่อยล้า อ่อนเพลีย สูดดมพร้อมกับหายใจเข้าลึกๆ เพื่อให้ออกซิเจนไปเลี้ยงสมองให้เพียงพอ
  4. พูดคุยกับเพื่อนในรถ หาหัวข้อสนุกๆในการพูดคุยกัน หรือหากเราต้องขับรถเพียงลำพัง เราสามารถมีเพลงที่เราร้องฮัมเพลงไปด้วยได้ อยู่ในรถแล้ว เราจะร้องเพี้ยน ร้องเสียงดังแค่ไหน เต็มที่ได้เลยค่ะ เป็นการบริหารปอดไปด้วยคะ
  5. ถ้าง่วงจนไม่ไหวแล้วจริงๆ จอดข้างทางที่ปลอดภัย หรือ จอดที่ปั้ม ลุกจากรถไปเข้าห้องน้ำ ล้างหน้า หาผ้าเย็นกลิ่นสดชื่นๆ เดินยืดเส้นยืดสาย สัก 10 นาที ช้าไปเพียง 10 นาที แต่ทำให้เราถึงที่หมายอย่างปลอดภัยค่ะ

แต่ทั้งหมดนี้เป็นเพียงการแก้ไขที่ปลายเหตุ และเป็นการแก้ไขระยะสั้นเท่านั้น หากถ้าเราสงสัยว่า ทำไมเราพักผ่อนและนอนมาเต็มที่แล้ว ก็ยังง่วงทุกครั้งเลย อาจจะต้องไปพบแพทย์เพื่อปรึกษาเรื่องของประสิทธิภาพการนอนหลับ ว่าขณะนอนหลับนั้น เรามีปัญหาภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้น (Obstructive Sleep Apnea : OSA ) หรือไม่ ซึ่งการสังเกตตัวเองง่ายๆที่อาจนำให้มาพบแพทย์ได้แก่

  1. ตื่นมารู้สึกไม่สดชื่น อ่อนเพลีย
  2. เจ็บคอ คอแห้ง ทุกๆเช้า
  3. สอบถามคนที่นอนข้างๆเราว่าเรานอนกรนหรือไม่
  4. มีอาการปวดศีรษะหลังตื่นนอน
  5. ง่วงนอนในเวลากลางวันมาก
  6. สมองมึนงง การตัดสินใจช้า
  7. หลงลืมบ่อยๆจนคนรอบข้างเริ่มทักท้วง

ซึ่งโรคจากการหลับนี้ ควรได้รับการตรวจวินิจฉัยและรักษาโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคความผิดปกติจากการหลับ

สาเหตุของการง่วงขณะขับรถนั้นยังมีอีกหลายๆสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นการพักผ่อนไม่เพียงพอเป็นเวลานาน หรือจากยาที่รับประทานเป็นประจำที่อาจส่งผลให้ง่วงนอน ภาวะน้ำตาลในเลือดผิดปกติ ซึ่งจำเป็นที่ต้องได้รับการหาสาเหตุที่แท้จริง เพราะความรู้สึกง่วงนั้นมีความยากลำบากในการที่จะฝืนตัวเองไม่ให้หลับได้.

กรุงเทพ สลีป เซ็นเตอร์ ศูนย์ตรวจ และรักษาภาวะนอนกรน และการนอนหลับที่ผิดปกติ พร้อมรักษาโรคอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับการนอนหลับ เช่น โรคนอนไม่หลับ นอนละเมอ ง่วงหลับเวลากลางวัน บริการตรวจวินิจฉัยการนอนหลับ (sleep test) แบบ Full sleep test (ให้การตรวจการนอนหลับ) และแบบ Home sleep test (ให้การตรวจการนอนหลับที่บ้าน) บริการรักษาภาวะนอนกรน และหยุดหายใจขณะหลับชนิดอุดกั้น (Obstructive Sleep Apnea) โดยการใช้เครื่องอัดอากาศแรงดันบวก (CPAP) ศูนย์ตรวจของเราทำสถานที่ และบรรยากาศของ sleep lab ให้แตกต่างจากสถานที่ตรวจแบบดั้งเดิม โดยเน้นสร้างความรู้สึกเป็นส่วนตัว และทำให้ความรู้สึกสบายใจ ให้คุณผ่อนคลายในบรรยากาศที่พักส่วนตัวที่เงียบสงบ และร่มรื่น

กรุงเทพ สลีป เซ็นเตอร์
ศูนย์ตรวจรักษาภาวะนอนกรน และนอนไม่หลับ
เพื่อให้การนอนของคุณ เป็นช่วงเวลาแห่งการพักผ่อนอย่างแท้จริง

โทรปรึกษา 064-649-1919, 02-089-8687

11

ออกกำลังกายช่วงไหน หลับสบาย

ใครที่มีปัญหาการนอนยาก ไม่ว่าจะหาวิธีต่างๆมากมาย  ยานอนหลับ  ทำสมาธิ  อ่านหนังสือ และอีกหลายๆวิธี แต่สิ่งที่ช่วยให้เราหลับได้ง่ายขึ้น ที่เรามักนึกไม่ถึง นั่นคือ การออกกำลังกาย

ซึ่งการออกกำลังกายในช่วงเช้านั้นจะช่วยให้ร่างกายเราตื่นตัวกระปรี้กระเปร่า พร้อมที่เริ่มวันใหม่ด้วยสมองที่ปลอดโปร่ง แต่ถ้าหากใครมีเวลาในช่วงเย็นๆก่อนเวลานอนสัก 3-4 ชั่วโมง การออกกำลังกายเบาๆสัก 30-45 นาที  อาจจะเป็นการเดินออกกำลังหลังรับประทานอาหารเย็น เพื่อช่วยในเรื่องการย่อยอาหารและระบบไหลเวียนเลือด เวลาที่เราเข้านอนจะนอนหลับสบายไม่รู้สึกแน่นอึดอัดจากอาหารไม่ย่อย จึงทำให้หลับสบาย และหากเราชวนสมาชิกในครอบครัวไปออกกำลังกายด้วยกัน ก็จะยิ่งเพิ่มสัมพันธภาพจากกิจกรรมที่ทำร่วมกันไปด้วยค่ะ

การออกกำลังกายที่สามารถออกกำลังกายตอนเย็นได้

>1. เดินเร็วควรออกเดินหลังทานอาหารมื้อเย็นไปแล้ว ครึ่งชั่วโมง แต่ไม่ควรทำตอนดึกแล้ว เพราะการเดินเร็วนี้จะทำให้ร่างกายถูกกระตุ้น อาจจะทำให้ตื่นตัวจนนอนไม่หลับ

>2. แกว่งแขน 1000 ครั้ง การแกว่งแขวนขึ้นลง นอกจากจะเป็นการลดพุงแล้ว ยังเป็นการฝึกนับเลข ซึ่งเราสามารถเปิดเพลงเบาๆ พร้อมสูดลมหายใจเข้าลึกๆขณะแกว่งแขน เป็นการเพิ่มออกซิเจนในระบบไหลเวียนอีกด้วย

>3. โยคะเป็นการออกกำลังกายอย่างหนึ่งที่เชื่อว่า ทำให้ร่างกายแลกเปลี่ยนออกซิเจนได้ดี และเป็นการทำสมาธิที่ดี

>4. ยกน้ำหนักช่วงแรกๆอาจจะรู้สึกตึงกล้ามเนื้อ จนนอนไม่หลับ ดังนั้นเราควรเริ่มด้วยน้ำหนักน้อยๆให้กล้ามเนื้อได้เกิดการปรับสภาพ เราเริ่มจากน้ำหนักน้อยๆก่อน แล้วค่อยๆเพิ่มน้ำหนักเมื่อร่างกายเกิดความชิน

>5. ทำสวน  เพราะการทำสวนก็นับเป็นการออกกำลังกายอย่างหนึ่งค่ะ ยิ่งเวลาในการพรวนดิน รดน้ำต้นไม้ เดินไปเดินมา ก็ทำให้เราได้เหงื่อ แถมยังทำให้เราได้ใกล้ชิดธรรมชาติมากขึ้น ส่งผลให้จิตใจแจ่มใสกว่าเดิม สมองผ่อนคลาย จิตใจรู้สึกสบาย ก็ทำให้เรานอนหลับได้ง่ายขึ้น

และหากใครลองทำทั้งหมดแล้วยังนอนไม่หลับ อาจจะต้องไปพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุ และให้แพทย์ได้วางแผนการรักษาที่ตรงจุด 

เพราะ Bangkok Sleep Center ให้ความสำคัญกับการนอนหลับที่ดี เพื่อสุขภาพที่ดีของทุกๆคน

ศูนย์ตรวจ และรักษาภาวะนอนกรน และการนอนหลับที่ผิดปกติ กรุงเทพ สลีป เซ็นเตอร์ ยินดีให้บริการ และพร้อมให้คำปรึกษาวิธีแก้นอนกรน แก้อาการนอนกรน ผู้หญิง-ผู้ชาย รักษาอาการกรน พร้อมบริการรักษาภาวะนอนกรน และหยุดหายใจขณะหลับชนิดอุดกั้น (Obstructive Sleep Apnea) โดยการใช้เครื่องอัดอากาศแรงดันบวก (CPAP) โดยแพทย์เฉพาะทางที่ได้รับการรับรองจาก American Board of Sleep Medicine และเจ้าหน้าที่ ที่คอยให้บริการอย่างอบอุ่น สุภาพ และเป็นกันเอง ในบรรยากาศที่พักส่วนตัวที่เงียบสงบ และร่มรื่น

กรุงเทพ สลีป เซ็นเตอร์
ศูนย์ตรวจรักษาภาวะนอนกรน และนอนไม่หลับ
เพื่อให้การนอนของคุณ เป็นช่วงเวลาแห่งการพักผ่อนอย่างแท้จริง

โทรปรึกษา 064-649-1919, 02-089-8687

crop-1537885904969

การเลือกหมอน สำหรับคนนอนกรน

มีใครที่ใช้หมอนใบเดิมตั้งแต่เด็กกันๆหรือเปล่าคะ ? อาจจะมีแต่คงน้อยแน่ๆใช่หรือไม่คะ เพราะร่างกายและสรีระของเราที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้หมอนจำเป็นต้องเปลี่ยนไปตามความเหมาะสมด้วย  หากหมอนที่นอนทำให้เราต้องตื่นมาเปลี่ยนท่าไปมาทั้งคืนเพราะเมื่อย นั่นคือเรื่องที่เราต้องใส่ใจหาหมอนที่เหมาะและนอนสบายมาเป็นอุปกรณ์การพักผ่อนของเราได้เลยค่ะ

          กระดูกสันหลังของเราโค้งเป็นรูปตัว S โดยเฉพาะช่วงคอ แต่ละช่วงคอคนเราไม่เท่ากันดังนั้นการเลือกหมอนจะต้องลองนอนจริงๆ แล้วหมอนที่บอกว่า สามารถลดการนอนกรนได้หล่ะ มีจริงๆหรือไม่ ? เราจะมาพูดถึงสาเหตุของการนอนกรนกันก่อนนะคะ

        นอนกรนเกิดจาก หลอดลมหักงอ อากาศจึงเข้าไปไม่เพียงพอ ร่างกายเกิดภาวะขาดออกซิเจน จึงพยายามกระชากอากาศเข้าทางปาก พอลมผ่านลิ้นไก่ จึงทำให้เกิดเสียงกรนดังขึ้นมา ซึ่งจะเป็นมากเมื่ออยู่ในท่านอนหงาย ดังนั้น หมอนที่สามารถช่วยลดอาการนอนกรนได้นั้นจะต้องมี ความนุ่มที่พอดี ความสูง และ รูปร่างของหมอนต้องสัมพันธ์และพอเหมาะกับสรีระของเรา วัสดุที่ใช้ต้องมีคุณภาพ ระบายอากาศได้ดี มีความเย็นสบาย 

 !!!  แต่หมอนสำหรับลดอาการกรนนั้นเหมาะสำหรับผู้ที่มีอาการกรนที่ไม่อยู่ในระดับรุนแรง 

         ทำไมปัจจุบันคนเราถึงให้ความสำคัญของเลือกอุปกรณ์ในการนอน เพราะ เราใช้เวลา 1 ใน 3 ของวัน สำหรับการพักผ่อนเลยทีเดียว ยิ่งในเด็ก การนอนหลับที่มีประสิทธิภาพ จะช่วยส่งเสริมพัฒนาการในการเจริญเติบโตด้วย

การนอนกรน และหยุดหายใจขณะหลับ เป็นภาวะอันตรายที่ไม่ควรมองข้าม เพราะจะส่งผลเสียต่อสุขภาพได้ ทั้งในระยะสั้น และระยะยาว แนะนำให้รีบมาตรวจการนอนหลับ (sleep test) เพื่อวางแผนการรักษาอาการกรน ปัจจุบันนอนกรนเป็นเรื่องที่รักษาได้ง่ายมากด้วยการใส่เครื่อง CPAP นอกจากเราได้สุขภาพการนอนที่ดีกลับมากแล้ว ยังทำให้มีจิตใจแจ่มใสสติปัญญาเฉียบแหลม ไม่มีโรคเบาหวาน ความดันถามหา และได้ชีวิตครอบครัวที่หวานชื่นกลับมาอีกด้วย