รักษานอนกรนและหยุดหายใจขณะหลับ

รักษานอนกรนและหยุดหายใจขณะหลับ 

 

สารบัญ

ทำไมเราถึงนอนกรน

นอนกรนอันตรายหรือไม่

ภาวะหยุดหายใจขณะหลับคืออะไร

ผลเสียของภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

การตรวจการนอนหลับ หรือที่เรียกว่า sleep test

ตรวจ Sleep test ที่ไหนดี

วิธีรักษานอนกรน และภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

บทสรุป

 

 

ทำไมเราถึงนอนกรน

“นอนกรน” คืออาการของคนที่นอนหลับแล้วหายใจมีเสียงดัง ครอก… ฟี้…. 
ภาวะนี้เกิดจากการที่ช่องทางเดินหายใจบริเวณลำคอและโคนลิ้น
ตีบแคบลงขณะที่นอนหลับสนิท 
ทำให้ทรวงอกต้องออกแรงหายใจเข้าและหายใจออกมากขึ้น
เพื่อสูดอากาศให้ผ่านช่องคอที่ตีบแคบ 
เกิดเป็นแรงสั่นสะเทือนของเนื้อเยื่อ
บริเวณช่องคอ ดังเป็นเสียงกรน 

 

การนอนกรนในผู้ใหญ่มักพบได้บ่อยในคนที่มีน้ำหนักมาก ลำคอสั้น มีไขมันพอกบริเวณช่องคอ 
หรือผู้ที่มีอาการภูมิแพ้ และมักจะมีเสียงกรนดังมากขึ้นตามอายุที่เพิ่มขึ้น 
ส่วนในเด็กมักเกิดจากต่อมทอลซิลและอดินอยด์ที่โตขึ้น

 

 

นอนกรนอันตรายหรือไม่

คนส่วนใหญ่มักเข้าใจว่าการนอนกรนเป็นบุคลิกการนอนเฉพาะตัวของคน ๆ นั้น 
อาจจะเพียงแค่สร้างความรำคาญให้แก่ผู้ที่นอนด้วย

 

แต่มีหลักฐานทางการระบุแพทย์ชัดเจนแล้วว่า ผู้ที่นอนกรนเสียงดัง
มักมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับร่วมด้วย ทำให้ปริมาณออกซิเจน
ที่ไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ ทำให้นอนหลับไม่สนิท สมองและร่างกาย
ไม่ได้รับการพักผ่อน เป็นอันตรายต่อสุขภาพทั้งในระยะสั้นและระยะยาว 

 

 

ภาวะหยุดหายใจขณะหลับคืออะไร

ภาวะหยุดหายใจขณะหลับเกิดจากกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อบริเวณ
ช่องคอคลายตัวลงขณะที่นอนหลับสนิท กล้ามเนื้อเหล่านี้ ได้แก่
เพดานอ่อนที่ด้านหลังช่องปาก ลิ้นไก่ ต่อมทอลซิล และโคนลิ้น
เมื่อกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อคลายตัวถึงจุดหนึ่ง ช่องทางเดินหายใจ
ที่ลำคอจะถูกปิดสนิททำให้อากาศไม่สามารถไหลผ่านเข้า-ออกได้
เกิดเป็นภาวะหยุดหายใจขึ้นนานครั้งละ 10 วินาที -30 วินาที

 

ภาวะนี้ทำให้ปริมาณออกซิเจนในกระแสเลือดลดลงและปริมาณ
คาร์บอนไดออกไซด์คั่งในร่างกาย สมองจึงถูกปลุกให้ตื่นจากหลับ
ระดับลึก-มาเป็นหลับระดับตื้น เตือนกล้ามเนื้อบริเวณลำคอให้
เกร็งตัวเพื่อให้เปิดทางเดินหายใจขึ้นอีกครั้งเพื่อป้องกันไม่ให้เราเสียชีวิต 

 

หากเกิดช่วงเวลาสั้นๆ เรามักจะไม่รู้สึกตัว แต่หากเกิดนานขึ้น
ร่างกายจะกระตุก สะดุ้งตื่น ภาวะนี้มักเกิดซ้ำๆกันได้ตั้งแต่ 5 ครั้งต่อชั่วโมง
ถึง 30 ครั้งต่อชั่วโมง เกิดซ้ำๆตลอดทั้งคืน

เราสามารถสังเกตอาการของคนที่เป็นได้ว่า มักจะนอนกรนและมีเสียง
หยุดกรนเป็นระยะๆ (ตอนหยุดหายใจ) และกลับมากรนใหม่ มีอาการ
สำลักหรือพลิกตัว เปลี่ยนท่านอนบ่อยๆ

 

แต่ผู้ที่เป็นมักไม่รู้ตัวและเข้าใจว่าตนเองนอนได้ดีทั้งคืน หากสงสัยว่า
จะเป็นแต่นอนคนเดียว ต้องถามคนที่นอนด้วยจะทราบได้ หรือใช้ application
ในโทรศัพท์มือถือเช่น SnoreLab ในการดูในเบื้องต้น 

 

 

ผลเสียของภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

ภาวะนี้จะทำให้สมองและร่างกายไม่ได้พักผ่อน และการหลั่งฮอร์โมนต่างๆ
จะผิดเพี้ยนไป เกิดผลเสียต่อสุขภาพทั้งระยะสั้นและระยะยาว

 

 

ผลเสียระยะสั้นของภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

เมื่อสมองถูกกระตุ้นให้ตื่นซ้ำๆตลอดทั้งคืน ผู้ที่มีภาวะนี้จึงรู้สึกไม่สดชื่น
เมื่อตื่นเช้า มีอาการปวดหัวหรือมึนหัวตอนเช้าๆ อาการที่สังเกตได้ง่ายอีกอย่างหนึ่ง
คือ มักจะรู้สึกง่วงนอนมากตอนกลางวัน อ่อนเพลีย นั่งเฉยๆ ก็หลับ ต้องดื่มกาแฟ
ปริมาณมาก ง่วงนอนหรือหลับในขณะขับรถ

 

หากเป็นมานานสักระยะ ความจำและสมาธิมักจะลดลง หงุดหงิดง่ายขึ้น
ความเฉียบคมทางความคิดและประสิทธิภาพในการตัดสินใจแย่ลง เป็นต้น 

 

 

ผลเสียระยะยาวของภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

เพราะการหลั่งโกรทฮอร์โมน (Growth hormone) และฮอร์โมนอื่นๆ
ในการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอในร่างกายจะเกิดได้ดีเมื่อเราหลับสนิท
ความสมดุลของการหลั่งฮอร์โมนต่างๆ และการทำงานของระบบประสาท
ในผู้ที่มีภาวะนี้จึงลดลง ร่างกายอยู่ในภาวะเครียดเป็นระยะเวลานานเป็นเดือน
เป็นปีจึงทำให้ร่างกายเสื่อมเร็วและก่อให้โรคเรื้อรังตามมา เช่น

  • เบาหวาน ความดันโลหิตสูง
  • โรคหัวใจวาย โรคหลอดเลือดหัวใจ
  • โรคความจำเสื่อม (อัลโซเมอร์)
  • เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ 

 

 

การตรวจการนอนหลับ หรือที่เรียกว่า sleep test

การตรวจการนอนหลับ (sleep test หรือ polysomnography) คือ
การตรวจเช็คการทำงานของร่างกายขณะนอนหลับ เช่น
การตรวจคลื่นสมอง การเคลื่อนไหวของทรวงอก การเต้นของหัวใจ
ระดับความอิ่มตัวของออกซิเจนในร่างกาย การเคลื่อนไหวของดวงตา
และแขน-ขา เป็นต้น

 

โดยจะมีการติดอุปกรณ์ตามส่วนต่างๆของร่างกาย และมีผู้เชี่ยวชาญด้านการนอนหลับ
เฝ้าตรวจการนอนของเราตลอดทั้งคืน ความละเอียดของการนอนหลับ
มีหลายระดับ สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่

 

การตรวจการนอนหลับสามารถตรวจได้ทั้งที่โรงพยาบาล
และศูนย์ตรวจการนอนหลับ โดยเราจะต้องไปนอนตรวจตอนกลางคืน
ที่สถานที่นั้นๆ (ยกเว้นแต่ผู้ที่ติดนิสัยนอนตอนกลางวัน เช่น
คนที่ทำงานตอนกลางคืน จะสามารถตรวจตอนกลางวันได้)

 

ผลที่ได้จากการตรวจจะได้รับการแปลผลและให้คำปรึกษาโดย
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการนอนหลับว่าเรามีภาวะหยุดหายใจขณะหลับหรือไม่
และมีความรุนแรงระดับไหน สามารถใช้ค่าที่ได้จากการตรวจในการวางแผน
การรักษาและติดตามการรักษา เช่น ใช้ในการปรับแรงดันลมของเครื่อง CPAP เป็นต้น

 

 

ตรวจ Sleep test ที่ไหนดี

สถานที่ตรวจ Sleep test มีในโรงพยาบาลรัฐ โรงพยาบาลเอกชน
และศูนย์ตรวจการนอนหลับ ขึ้นอยู่กับความสะดวกและการใช้สิทธิ์
ในการรักษาพยาบาล

  • โรงพยาบาลของรัฐ สามารถติดต่อได้ที่โรงพยาบาลขนาดใหญ่ทั่วไป
    ได้ ราคาประมาณ 9,000 – 10,000 บาท หากเป็นข้าราชการ
    ข้าราชการบำนาญ และรัฐวิสาหกิจ สามารถเบิกค่าตรวจตาม
    กรมบัญชีกลางได้ 7,000 บาท ส่วนสิทธิประกันสังคมสามารถเบิก
    ได้ตามสิทธิ์ที่โรงพยาบาลที่เราทำประกันตน

  • โรงพยาบาลเอกชน ราคาจะสูงกว่าโรงพยาบาลรัฐ แต่สะดวก
    ไม่ต้องรอคิวนาน ราคาประมาณ 12,000 – 25,000 บาท

  • ศูนย์ตรวจการนอนหลับ ตรวจโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการนอนหลับ
    โดยเฉพาะ ไม่ต้องรอคิวนาน ราคาประมาณ 9,900 – 12,000 บาท

 

การตรวจการนอนหลับยังสามารถตรวจที่บ้านได้ เรียกว่า home sleep test
การตรวจนี้เหมาะสำหรับผู้ที่เคลื่อนไหวร่างกายหรือเดินทางได้ลำบาก
หรือในผู้ที่ไม่อยากนอนตรวจในสถานที่ที่ไม่คุ้นชิน

 

การตรวจ home sleep test จะมีการตรวจวัดค่าที่น้อยลง โดยมีจุดประสงค์
เพื่อตรวจคัดกรองภาวะหยุดหายใจขณะหลับเป็นหลักจึงไม่สามารถวินิจฉัย
ความผิดปกติของการนอนหลับชนิดอื่นๆได้

 

 

วิธีรักษานอนกรน และภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

เราควรรีบรักษาภาวะนอนกรนและหยุดหายใจขณะหลับเพื่อ
หยุดยั้งผลกระทบต่อร่างกาย 
การรักษามี 3 วิธีใหญ่ๆ ได้แก่

 

1. การรักษานอนกรนโดยใช้เครื่องอัดอากาศแรงดันบวก 
(Continuous positive airway pressure, CPAP)

เครื่อง CPAP คือเครื่องมือดันอากาศผ่านหน้ากากเข้าไปในช่องคอ
เพื่อเปิดทางเดินของลมที่ตีบแคบลงขณะที่เรานอนหลับ คนนอนกรน
ที่ใส่เครื่อง CPAP จะหายใจได้โล่งสบายตลอดทั้งคืนโดยไม่มีภาวะหยุดหายใจ
และยังไม่มีเสียงกรนให้รำคาญคนข้างๆอีกด้วย

 

การรักษาชนิดนี้ได้รับการยอมรับให้เป็นแนวทางการรักษาหลักโดยแพทย์ทั่วโลก
การใช้ CPAP ให้ได้ผลดีและปลอดภัยควรจะได้รับการตั้งค่าและดูแลโดยแพทย์
และทีมงานที่เชี่ยวชาญ โดยเลือกหน้ากากที่เหมาะสมกับรูปหน้า
และตั้งค่าเครื่อง CPAP ที่ถูกต้องกับสรีระ เราจะใส่ CPAP ได้อย่างสบาย
ไม่รู้สึกอึดอัดหรือแรงดันลมแรงกลางดึก และสามารถให้เครื่อง CPAP
ให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด

 

2. การรักษานอนกรนโดยใช้เครื่องมือทางทันตกรรม 
(Oral appliances)

เครื่องมือทางทันตกรรมคือเครื่องมือที่ใส่ในช่องปากขณะนอนหลับ
เพื่อใช้รักษาภาวะหยุดหายใจขณะหลับที่มีความรุนแรงระดับน้อยถึงปานกลาง
โดยเฉพาะในผู้ที่ไม่สามารถใช้ CPAP ได้ เครื่องมือทางทันตกรรมมี 2 ประเภท คือ

 

2.1 เครื่องมือที่ดึงกรามล่างออกมาด้านหน้า (Mandibular advancement devices, MADs)
เพื่อให้ช่องลมบริเวณลำคอกว้างขึ้น ทำให้ภาวะนอนกรนและหยุดหายใจขณะหลับดีขึ้น
และยังช่วยในผู้ที่มีการนอนกัดฟันได้

 

2.2 เครื่องมือที่ดึงลิ้นออกมาทางด้านหน้า (Tongue retaining devices, TRDs)
เนื่องจากสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดภาวะหยุดหายใจขณะหลับคือ
การที่ลิ้นหย่อนไปด้านหลัง การดึงลิ้นออกมาทางด้านหน้าจึงช่วยแก้อาการได้

 

3. การรักษานอนกรนโดยการผ่าตัด

การผ่าตัดมีจุดประสงค์หลักคือแก้ไขความตีบแคบของช่องคอเพื่อ
ลดการตีบแคบขณะหลับ เช่น การตัดเนื้อเยื่อบริเวณลำคอส่วนหลัง ได้แก่
ลิ้นไก่ เพดานอ่อน ต่อมทอลซิล สำหรับในผู้ใหญ่แล้ว การผ่าตัดจะเหมาะสำหรับ
ผู้ที่ไม่สามารถรักษาได้ด้วยวิธีอื่น เช่น การใส่ CPAP หรือเครื่องมือทางทันตกรรม
ส่วนในเด็กการรักษาภาวะหยุดหายใจขณะหลับมักใช้วิธีการผ่าตัดต่อมทอนซิล
และต่อมอดินอยด์ที่โตออก เพราะสามารถรักษาได้ผลดีมาก

 

 

บทสรุป

การนอนกรนและหยุดหายใจขณะหลับ เป็นภาวะที่ไม่ควรมองข้าม
เพราะจะส่งผลเสียต่อสุขภาพได้ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว
และในปัจจุบันนอนกรนเป็นเรื่องที่รักษาได้ง่ายมากด้วยการใส่ CPAP
หากใครที่รู้ว่าตนเองหรือคนใกล้ตัวนอนกรน

แนะนำให้รีบมาตรวจการนอนหลับ (sleep test) เพื่อวางแผนการรักษา
นอกจากเราได้สุขภาพการนอนที่ดีกลับมากแล้ว ยังทำให้มีจิตใจแจ่มใส
สติปัญญาเฉียบแหลม ไม่มีโรคเบาหวาน ความดันถามหา
และได้ชีวิตครอบครัวที่หวานชื่นกลับมาอีกด้วย

 

 

บทความนอนกรน

Visitors: 101,776