นวัตกรรมในการรักษาปัญหานอนกรน และวิธีการใช้งานเครื่อง CPAP

CPAP
CPAP

นวัตกรรมในการรักษาปัญหานอนกรน และวิธีการใช้งานเครื่อง CPAP

รู้จักนวัตกรรมในการรักษาปัญหานอนกรนด้วยเครื่อง CPAP พร้อมแนะนำวิธีการใช้งานเครื่อง CPAP

ปัญหาการนอนกรน ถือว่าเป็นอีกหนี่งภัยเงียบสำคัญที่หลายคนมักคาดไม่ถึงว่า การนอนกรนธรรมดา ๆ จะสามารถส่งผลเสียต่อสุขภาพโดยรวมได้มากกว่าที่คิด อีกทั้งยังมีอีกหลายคนที่มองว่าการนอนกรนนั้นเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นได้กับคนทุกเพศทุกวัย หรือในยามที่เหนื่อยล้ามาก ๆ ก็สามารถนอนกรนกันได้ทั้งนั้น ซึ่งในความเป็นจริงแล้วการนอนกรนที่ว่านี้ไม่ได้สื่อถึงเพียงลักษณะอาการกรนที่เกิดขึ้นในระหว่างนอนหลับจนดังรบกวนคนอื่น ๆ เท่านั้น แต่เป็นการสื่อถึงผลที่ตามมาจากอาการนี้ด้วย นั่นก็คือการเกิด ‘ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ’ โดยการตกอยู่ในภาวะนี้ จะส่งผลให้รู้สึกไม่กระปรี้กระเป่าในตอนกลางวัน หงุดหงิด ไม่มีสมาธิ และที่สำคัญกว่านั้นคือภาวะหยุดหายใจขณะหลับนี้ยังเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ รวมถึงมีโอกาสที่สมรรถภาพทางเพศจะลดลงด้วย อย่างไรก็ตามการนอนกรนไม่ได้ร้ายแรงเท่ากันในทุกกรณี จึงควรตรวจวินิจฉัยการนอนหลับ (sleep test) อย่างละเอียดเสียก่อน

นอกเหนือจากเรื่องของการตรวจวินิจฉัยการนอนหลับ (sleep test) แล้ว ขั้นตอนต่อไปก็คือการเข้าสู่กระบวนการรักษาอาการกรน ซึ่งก็จะมีอยู่ด้วยกันหลากหลายวิธี เช่น การลดน้ำหนัก, การผ่าตัด, การใช้เครื่อง CPAP และการใส่เครื่องมือทางทันตกรรม ซึ่งการรักษาด้วยการใช้เครื่อง CPAP นั้นถือว่าเป็นหนึ่งในวิธีที่เห็นผลแน่นอน อีกทั้งยังได้รับการยอมรับจากทางการแพทย์ทั่วโลกด้วย หลาย ๆ คนที่มีปัญหาเรื่องนอนกรน และภาวะหยุดหายใจขณะหลับ จึงมักเลือกใช้วิธีการนี้ในการรักษาเป็นอันดับแรก ๆ เพราะเป็นการรักษาที่ได้ผลดี ได้ผลทันที ไม่จำเป็นต้องเสียเวลาพักฟื้น และมีผลข้างเคียงน้อยกว่าวิธีการรักษาอื่น ๆ

บทความนี้ กรุงเทพ สลีป เซ็นเตอร์ ศูนย์ตรวจรักษาภาวะนอนกรน และการนอนหลับที่ผิดปกติ ขอร่วมเสนอทางออกด้วยการพาผู้อ่านทุกคนไปทำความรู้จักกับการรักษาอาการนอนกรนผ่านการใช้เครื่อง CPAP พร้อมแนะนำวิธีการใช้งานเครื่อง CPAP กัน

ชวนรู้จักนวัตกรรมในการรักษาปัญหานอนกรนด้วยเครื่อง CPAP พร้อมแนะนำวิธีการใช้งาน

เครื่อง CPAP คืออะไร และมีหลักการทำงานอย่างไร?
เครื่อง CPAP คืออุปกรณ์ทางการแพทย์ที่อัดอากาศที่มีแรงดันบวกเข้าไปยังทางเดินหายใจของมนุษย์ในระหว่างที่เรานอนหลับ ดังที่เราทราบกันว่าอาการนอนกรนนั้น เกิดจากการที่โคนลิ้น และเนื้อเยื่อบริเวณลำคอของเราหย่อนตัวจนมาปิดช่องทางเดินหายใจตอนที่เรานอนหลับสนิท ทำให้เราหายใจเข้าได้ไม่เต็มที่ ต้องออกแรงในการหายใจเข้าที่มากผิดปกติ เนื้อเยื่อบริเวณลำคอ และเพดานอ่อนจึงเกิดการกระพือ ทำให้เกิดเสียงกรนขึ้น และหากเกิดการอุดกั้นจนช่องทางเดินหายใจปิดสนิท ก็จะทำให้เกิดภาวะหยุดหายใจขณะหลับได้ การอัดอากาศเข้าไปของเครื่อง CPAP นี้จะช่วยเพิ่มแรงดันในช่องทางเดินหายใจ เพื่อขยายช่องทางเดินหายใจของเราให้เปิดกว้างขึ้น ทำให้ไม่เกิดการกรน และหยุดหายใจขณะหลับ
เครื่อง CPAP แบ่งได้เป็น 3 ประเภท ได้แก่

1. CPAP แบบปรับแรงดันอัตโนมัติ (Auto CPAP) จะทำงานโดยเพิ่มอากาศที่มีแรงดันอากาศต่ำผ่านหน้ากาก CPAP เป็นค่าแรงดันพื้นฐานก่อน (เช่น 5 cm H20) และมีตัวเซ็นเซอร์สำหรับตรวจจับว่าร่างกายมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับหรือไม่ เมื่อเซ็นเซอร์ตรวจพบว่าเรามีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ เครื่อง CPAP ก็จะเพิ่มแรงดันอากาศขึ้น เช่น 12 cm H20) เพื่อแก้ไขภาวะนี้ โดยเครื่องจะปรับค่าแรงดันอากาศให้โดยอัตโนมัติ โดยค่าแรงดันอากาศจากมาก หรือน้อย ขึ้นอยู่กับภาวะร่างกายขณะนั้น ๆ เครื่อง Auto CPAP จะใส่สบาย และไม่รู้สึกอัดอัดจากแรงดันอากาศที่สูง

2.CPAP แบบแรงดันคงที่ (Manual CPAP/Fixed CPAP) เครื่อง CPAP แบบนี้จะตั้งค่าแรงดันอากาศไว้ที่ค่าคงที่ เช่น 10 cm H2) (ค่าแรงดันจะได้จากการตรวจการนอนหลับ (Sleep test) ซึ่งค่าแรงดันนี้จะเป็นค่าแรงดันอากาศที่สูงพอดีที่จะสามารถเปิดทางเดินหายใจ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดภาวะหยุดหายใจขณะหลับได้ เครื่อง Manual CPAP จะเหมาะสำหรับผู้ที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับที่มีระดับความรุนแรงไม่มาก ใช้ค่าแรงดันอากาศในการรักษาน้อย เพราะหากใช้ค่าแรงดันอากาศมาก จะทำให้รู้สึกอึดอัด นอนไม่สบาย และข้อดีอีกประการ คือ เครื่องมีราคาย่อมเยากว่าเครื่องแบบอื่น

3.CPAP แบบแรงดัน 2 ระดับ (Bilevel PAP หรือ BiPAP) คือเครื่องที่สามารถตั้งระดับแรงดันอากาศในจังหวะหายใจเข้า และหายใจออกให้มีค่าแตกต่างกันได้ เช่น ขณะหายใจเข้าแรงดันเป็น 17 cmH2O ขณะหายใจออกแรงดันเป็น 6 cmH2O เครื่องนี้ เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาทางระบบทางเดินหายใจร่วมด้วย เช่น ภาวะหยุดหายใจขณะหลับชนิดรุนแรง ถุงลมโป่งพอง หอบหืด หัวใจวาย หรือโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง

ใครสามารถใช้งานเครื่อง CPAP ได้บ้าง?
การจะใช้เครื่อง CPAP เพื่อป้องกันอาการนอนกรนได้อย่างปลอดภัยนั้น ควรได้รับการดูแลจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ โดยควรเริ่มต้นจากการตรวจวินิจฉัยการนอนหลับ (sleep test) เพื่อทดสอบว่ามีอาการนอนกรน และเกิดภาวะหยุดหายใจขณะหลับจริงหรือไม่ แล้วมีดัชนีการหยุดหายใจ (AHI) อยู่ที่เท่าไร หากมีดัชนีการหยุดหายใจขณะหลับ มากกว่า 5 ครั้งต่อชั่วโมง แพทย์ถึงจะแนะนำให้ใช้เครื่อง CPAP เพื่อรักษา
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญมักไม่แนะนำให้ใช้เครื่อง CPAP ในเด็ก เนื่องจากโครงสร้างใบหน้าของเด็กยังมีการเจริญเติบโตอยู่ หากใส่เครื่อง CPAP หน้ากาก และสายรัดศีรษะ อาจมีแรงกดทับที่ใบหน้า ทำให้การเจริญของกระดูก และกล้ามเนื้อผิดรูปได้

วิธีการใช้งานเครื่อง CPAP มีขั้นตอนอย่างไร?
ในส่วนของการใช้งานเครื่อง CPAP เพื่อรักษาอาการกรนนั้น ถือว่าไม่ซับซ้อนอย่างที่คิด โดยเครื่องนี้จะมีอุปกรณ์ทั้งหมด 4 ชิ้น ได้แก่ เครื่องสร้างแรงดันอากาศ (CPAP Device), หน้ากาก (CPAP Mask) และสายรัดศีรษะ (Headgear), ท่ออากาศ และอุปกรณ์เสริมอื่น ๆ สำหรับวิธีการใช้งานก็จะเริ่มต้นจากการเสียบปลั๊กไฟเข้ากับตัวเครื่อง จากนั้นก็ทำการต่อท่ออากาศเข้ากับตัวเครื่อง และตัวหน้ากาก เมื่อเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ให้เราสวมหน้ากากเอาไว้ ทำการเปิดเครื่อง และเข้านอนได้เลย จากนั้นเครื่องจะเริ่มกระบวนการทำงานตามระบบ เพื่อดูแลเราไม่ให้นอนกรน หรือเกิดภาวะหยุดหายใจขณะหลับเอง โดยที่เราไม่ต้องควบคุมอะไรอีกเลย

หลังจากอ่านมาถึงตรงนี้เชื่อว่าหลายคนน่าจะมองเห็นแล้วว่า การใช้เครื่อง CPAP เพื่อเพื่อรักษาอาการกรน ก็เป็นวิธีหนึ่งที่น่าสนใจ และยังสามารถทำได้ง่าย ๆ ไม่ต้องเข้ารับการผ่าตัด และพักฟื้นเป็นเวลานานด้วย ซึ่งถ้าใครต้องการทดลอง และแก้ไขปัญหานอนกรนด้วยวิธีนี้ ก็สามารถเริ่มต้นได้ง่าย ๆ ด้วยการเข้ารับการทดสอบตรวจ​การ​นอน​กรน (sleep test) กับกรุงเทพ สลีป เซ็นเตอร์ ศูนย์ตรวจรักษาภาวะนอนกรน และการนอนหลับที่ผิดปกติ บริการรักษาภาวะนอนกรน และหยุดหายใจขณะหลับชนิดอุดกั้น (Obstructive Sleep Apnea) โดยการใช้เครื่องอัดอากาศแรงดันบวก (CPAP), บริการตรวจวินิจฉัยการนอนหลับ (sleep test) แบบ Full sleep test (ให้การตรวจการนอนหลับ) และแบบ Home sleep test (ให้การตรวจการนอนหลับที่บ้าน) พร้อมรักษาโรคอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับการนอนหลับ เช่น โรคนอนไม่หลับ นอนละเมอ ง่วงหลับเวลากลางวัน โดยแพทย์ผู้ชำนาญการคุณวุฒิ ที่ได้รับการรับรองจาก American Board of Sleep Medicine และเจ้าหน้าที่ ที่คอยให้บริการอย่างอบอุ่น สุภาพ และเป็นกันเอง ในบรรยากาศที่พักส่วนตัวที่เงียบสงบ และร่มรื่น

กรุงเทพ สลีป เซ็นเตอร์
ศูนย์ตรวจรักษาภาวะนอนกรน และนอนไม่หลับ
เพื่อให้การนอนของคุณ เป็นช่วงเวลาแห่งการพักผ่อนอย่างแท้จริง

โทรปรึกษา 064-649-1919, 02-089-8687

บทความอื่นๆ

Shopping Basket