OSA ในผู้ใหญ่

ภาวะนอนกรนและหยุดหายใจขณะหลับชนิดอุดกั้นในผู้ใหญ่ (Obstructive Sleep Apnea (OSA) in adult)

    คนส่วนใหญ่อาจจะเข้าใจว่าการนอนกรนเป็นภาวะปกติของร่างกาย สามารถเกิดขึ้นได้โดยไม่เป็นอันตราย อาจจะเพียงแค่สร้างความรำคาญให้แก่ผู้ที่นอนด้วย แต่มีหลักฐานทางการแพทย์อธิบายอย่างชัดเจนแล้วว่า ภาวะนอนกรนมักมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับร่วมด้วย และทำให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพทั้งในระยะสั้นและระยะยาว

ก่อนอื่นเรามาดูกันว่านอนกรนและหยุดหายใจขณะหลับเกิดขึ้นได้อย่างไร

      ภาวะนอนกรนเกิดจากการที่ช่องทางเดินหายใจส่วนบน (บริเวณลำคอและโคนลิ้น) ตีบแคบลง ทรวงอกต้องออกแรงหายใจเข้าและหายใจออกที่รุนแรงขึ้นเพื่อดันอากาศให้ผ่านช่องลมที่แคบลง ทำให้เกิดการสั่นสะเทือนของกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อบริเวณช่องคอเกิดเป็นเสียงกรนขึ้น การนอนกรนในผู้ใหญ่มักเกิดในคนที่มีคอสั้น มีปริมาณไขมันพอกบริเวณช่องคอ และมักจะมีอาการมากขึ้นตามอายุที่เพิ่มขึ้น แต่อย่างไรก็ตามการนอนกรนสามารถพบได้ในคนวัยหนุ่มสาวและคนที่มีน้ำหนักน้อยได้เช่นเดียวกัน เมื่อเรานอนหลับสนิท ร่างกายจะอยู่ในภาวะผ่อนคลาย กล้ามเนื้อบริเวณโคนลิ้นและลำคอที่จะผ่อนตัวลงทำให้ช่องอากาศตีบแคบ จึงมีอาการกรนดังขึ้น เมื่อร่างกายผ่อนคลายถึงจุดหนึ่ง ช่องทางเดินหายใจที่ลำคอจะโดนปิดสนิททำให้อากาศไม่สามารถผ่านเข้า-ออกได้ เกิดภาวะหยุดหายใจขณะหลับเกิดขึ้น (กล้ามเนื้อในการหายใจที่ทรวงอกทำงาน แต่อากาศไม่สามารถผ่านลำคอเข้าไปได้)

     ภาวะหยุดหายใจขณะหลับทำให้ระดับออกซิเจนในกระแสเลือดลดต่ำลง เมื่อสมองได้รับออกซิเจนน้อยลงจึงไปกระตุ้นให้ร่างกายตื่นจากหลับระดับลึก-มาเป็นหลับระดับตื้นเพื่อให้กล้ามเนื้อบริเวณลำคอเกร็งตัวเพื่อถ่างทางเดินหายใจอีกครั้ง หรือบางคนจะเกิดอาการสำลักหรือพลิกตัวเปลี่ยนท่านอน

ผลเสียระยะสั้นของภาวะนอนกรนและหยุดหายใจขณะหลับ

   เนื่องจากสมองจะทำการจัดระเบียบข้อมูลและพักตัวในขณะที่เกิดการนอนหลับสนิท หากระดับออกซิเจนในเลือดที่ไปเลี้ยงสมองลดต่ำลงจากภาวะหยุดหายใจขณะหลับ สมองจะปลุกตัวเองให้ตื่นขึ้นจากหลับระดับลึก มาเป็นหลับระดับตื้น เมื่อภาวะนี้มักเกิดวนเวียนตลอดทั้งคืน (เกิดได้ตั้งแต่ 5 ครั้งต่อชั่วโมง ไปจนถึงมากกว่า 30 ครั้ง ต่อชั่วโมง) สมองจึงไม่ได้พักผ่อนแม้ว่าจะจำนวนชั่วโมงในการนอนจะมากเพียงพอ ผู้ที่มีภาวะนี้จึงมีอาการตื่นขึ้นมีปวดศีรษะ มึนศีรษะตอนเช้าๆ ง่วงนอนตอนกลางวัน ง่วงนอนขณะขับรถ ความจำและสมาธิลดลง ความเฉียบคมทางความคิดและประสิทธิภาพในการตัดสินใจลดลง เป็นต้น  

ผลเสียระยะยาวของภาวะนอนกรนและหยุดหายใจขณะหลับ

  เมื่อสมองไม่ได้พักผ่อนเต็มที่ตอนกลางคืน การหลั่งโกรทฮอร์โมนและฮอร์โมนอื่นๆในการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอในร่างกายจึงลดลงหรือไม่สมดุล ทำให้ร่างกายอยู่ในภาวะเครียดเป็นระยะเวลานานเป็นเดือนเป็นปี ร่างกายจึงเสื่อมเร็วและก่อให้โรคเรื้อรังตามมา เช่น เบาหวาน ความดันโลหิดสูง โรคหัวใจวาย โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคความจำเสื่อม (อัลโซเมอร์) และเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ ยกตัวอย่างเช่น มีผู้ป่วยที่มีภาวะหัวใจวาย รักษาด้วยยาแต่ไม่ค่อยได้ผลเป็นที่น่าพอใจ หลังจากที่พบว่าผู้ป่วยมีภาวะนอนกรนและหยุดหายใจขณะหลับ แพทย์จึงรักษาผู้ป่วยโดยเครื่องอัดอากาศแรงดันบวก (CPAP) หลังจากที่รักษาแล้วอาการหัวใจวายดีขึ้นอย่างชัดเจน สามารถลดปริมาณยาในการรักษาได้

 

Visitors: 79,830